7 วิธีทำตลาดออนไลน์ยังไงให้ขายดี?

7 วิธีทำตลาดออนไลน์ยังไงให้ขายดี? เคยมั้ย ลองทำตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง ทำยังไงยอดก็ยังไม่ขึ้น คนเห็นโฆษณาแต่ไม่กดโฆษณา คนกดโฆษณาแต่ก็ไม่อ่านเนื้อหาในเว็บ คนอ่านเนื้อหาแล้วแต่ก็ไม่ซื้อ กดเข้าไปเลือกสินค้าแล้วแต่ก็ไม่กดใส่ตระกร้า กดใส่ตระกร้าแล้วก็ไม่ยอมจ่ายเงิน ทำให้คนทำตลาดหรือเจ้าของสินค้าอย่างเราก็แอบท้อไปบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งๆที่ทำทุกอย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามที่คิดอีก 1. รู้จักลูกค้า: ถ้าเราทำตลาดออนไลน์ เราทำโฆษณาโดยที่เราไม่รู้จักลูกค้าว่าลูกค้าของเราคือใคร หรือเรากำหนดกลุ่มลูกค้าให้กว้างเกินไป ก็อาจจะทำให้เราโฆษณากว้างๆครอบคลุมหลายๆกลุ่ม แต่ไม่โดนเลยซักกลุ่ม เช่นว่า ถ้าขายครึมบำรุง และเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายเราคือ ผู้หญิง (Female) ทุกคนในประเทศไทย เราก็กำลังโฆษณาไปยังผู้หญิงทั้งประเทศ ถ้าเปรียบกับข้อมูลของ Facebook ก็จะพบว่ามีประมาณ 20 กว่าล้านคน ซึ่งมันกว้างมาก มีผู้หญิงอีกนับไม่ถ้วนที่ไม่ต้องการใช้ครีม และไม่ต้องการใช้ครีมตัวนี้ ยี่ห้อนี้ ดังนั้นจะเห็นว่ายิ่งเราไม่รู้จักลูกค้า หรือเรากำหนดกลุ่มลูกค้ากว้างมากเกินไปจะทำให้โฆษณาเรายิงกวาดไปกว้างๆ ที่ดีควรจะกำหนดกลุ่มลูกค้าให้แคบลงมา เช่นถ้าขายสาววัยรุ่น ม ต้น ก็สามารถกำหนดให้แคบขึ้นเป็น ผู้หญิงอายุ 13-15ปี หรือว่าถ้าเป็นกลุ่มสาวมหาวิทยาลัยก็อาจเป็นอายุ 18-21 ปีก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดแคบลงมาได้อีก และหากเรารู้จักกลุ่มลูกค้ามากขึ้นก็สามารถค่อยๆกำหนดรายละเอียดต่างๆให้แคบลงได้ตามไปด้วยเพื่อให้ใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด 2. รู้ปัญหา: ลูกค้ามีปัญหาอะไร กำลังมองหาทางแก้ปัญหาอะไรอยู่ การที่เรารู้ว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร เราอาจจะนำเสนอสินค้าและโฆษณาสินค้าให้ตรงกับปัญหาของลูกค้าได้ …

Read more7 วิธีทำตลาดออนไลน์ยังไงให้ขายดี?

5 เหตุผลทำไมขายของออนไลน์ไม่ได้ผล

วางแผนการตลาด กลยุทธ์การตลาด การตลาดออนไลน์

5 เหตุผลทำไมขายของออนไลน์ไม่ได้ผล   นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจหลายคนอาจจะเริ่มทำตลาดออนไลน์หรือขายของออนไลน์อยู่แต่อาจยังไม่ได้ผลหรือไม่ประสบความสำเร็จมากมายทั้งที่ลงเงินลงทุนไปมากมาย ปัญหาของการขายของออนไลน์และการทำตลาดออนไลน์แล้วไม่ได้ผลมีด้วยกันหลายเหตุผลคือ 1.โฆษณาผิดกลุ่มเป้าหมาย คือการโฆษณาที่เลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า เช่น การขายเครื่องสำอางสำหรับวัยรุ่นผู้หญิง แต่กลับเลือกเป็นผู้หญิงวัยกลางคนแทน หรือการเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชาย นอกจากนี้ปัญหาที่เจอได้บ่อยคือ เจ้าของสินค้าเชื่อว่าลูกค้าเป็นได้ทุกคน หรือทุกๆคนสามารถเป็นลูกค้าได้ การโฆษณาจึงเป็นโฆษณาแนวกว้างครอบคลุมและเข้าถึงทุกคน นั่นทำให้ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและจะทำให้ได้ผลที่ออกมาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น วิธีแก้คือ พยายามจำกัดกลุ่มเป้าหมายและอธิบายออกมาให้ชัดที่สุด และทำการโฆษณาให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย 2.ใช้เครื่องมือโฆษณาผิดวิธี การโฆษณาออนไลน์หรือการขายของออนไลน์นั้น มีเครื่องมือการตลาดที่สามารถนำมาใช้ได้มากมาย และที่ใช้กันมากในหมู่คนไทยก็คือการทำตลาดออนไลน์บน facebook, google, line และเว็บไซต์ขายของออนไลน์อื่นๆ แต่การเลือกเครื่องมือโฆษณาให้ถูกวิธีนั้นก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างนึง ซึ่ง เครื่องมือแต่ละอย่างแม้จะใช้ได้ในโลกออนไลนืเหมือนกัน แต่ไม่สามารถให้ผลที่ดีได้เท่ากัน เช่น คนไม่ search หาข้อมูลมากบน facebook เท่ากับการโฆษณาบน google ที่มี search engine ที่ใหญ่ที่สุดของโลก หรือ google+ ก็ไม่ใช่ social network ที่มีประสิทธิภาพในการโฆษณา นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางอย่างเพื่อให้เห็นภาพว่าในบางครั้งเราเลือกเครื่องมือโฆษณาที่ผิด ทำให้การขายของออนไลน์ไม่ได้ผลอย่างที่คิด วิธีแก้คือ ตั้งจุดประสงค์ของแต่ละโฆษณาว่าต้องการตอบโจทย์อะไร และเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม 3.ข้อความโฆษณาไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของผู้บริโภค แม้จะเลือกเครื่องมือได้ดีเลือกเครื่องมือที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายแล้ว …

Read more5 เหตุผลทำไมขายของออนไลน์ไม่ได้ผล

7 ขั้นตอนการโปรโมทและโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จัก

7 ขั้นตอนการโปรโมทและโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จัก   การโปรโมทและโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จักนั้น ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาดและการทำธุรกิจเพื่อให้กลุ่มลูกค้านั้นรู้จักและเลือกซื้อสินค้า มาดูขั้นตอนการโปรโมทและโฆษณาสินค้ามีวิธีกันตามนี้ 1.เข้าใจสินค้า วิเคราะห์จุดแข็ง, จุดอ่อน เป็นการสำรวจตัวตน สำรวจธุรกิจและสินค้าของเราก่อน ให้เราเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจ เพื่อที่เราจะได้หยิบจุดแข็งนั้น มาชูเป็นจุดขาย นอกเหนือจากนี้การที่เราเห็นจุดอ่อน เรายังสามารถที่จะแก้ไขหรือลดจุดอ่อนให้น้อยลง 2.ศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เมื่อเราเข้าใจสินค้าของเราแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายว่า ต้องการสินค้าแบบไหน คุณสมบัติอะไร และต้องการเอาไปใช้ในลักษณะไหน เราจำเป็นต้องรู้ความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุดเพื่อที่จะนำเสนอสิ่งที่ต้องการให้ได้ใกล้เคียงมากที่สุด 3.ดึงจุดขายของสินค้า เมื่อเราเข้าใจสินค้ารู้จุดดีจุดด้อยแล้วและเราเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค สิ่งที่เราควรจะทำคือนำจุดเด่นจุดนั้นเข้ามาเชื่อมกัน ลากจุดเด่นเข้าไปถึงจุดที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้และนำจุดนั้นมาเป็นจุดขายของสินค้า 4.ออกแบบโฆษณา ทีนี้ก็ถึงคราวเอาสิ่งที่เราวิเคราะห์กันมาตั้งแต่ต้น เอามาทำโฆษณา โดยที่เราสามารถนำเอาจุดเด่นและจุดขายของสินค้ามาโฆษณาได้ โดยไม่ว่าจะทำ แบนเนอร์ โปสเตอร์ ใบปลิว แผ่นพับ หรือแม้แต่ทำโฆษณาวิทยุ โทรทัศน์ และรวมถึงการทำโฆษณาแบบออนไลน์ด้วยเช่นกัน 5.เลือกสื่อโฆษณา เมื่อเราทำโฆษณาแล้ว มีสื่อโฆษณาในมือแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการเลือกสื่อ เพราะการเลือกสื่อที่ดีนั้น จะทำให้กลุ่มเป้าหมายและกลุ่มลูกค้าเราเห็นโฆษณาของเรา และเมื่อกลุ่มลูกค้าของเราเห็นโฆษณาสินค้าของเราก็ทำให้เรามีสิทธิ์ขายของได้มากขึ้น และเนื่องจากสื่อโฆษณามีให้เลือกอยู่มาก โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ต่างทั่วโลก รวมถึง social media อย่าง facebook เราจำเป็นต้องรู้จักผู้บริโภคให้ดีจึงทำให้เราเลือกสื่อโฆษณาได้ตรงเป้าและสามารถสื่อสารที่เราต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.ทำการโฆษณา …

Read more7 ขั้นตอนการโปรโมทและโฆษณาสินค้าให้เป็นที่รู้จัก

5 เหตุผลในการทำตลาดออนไลน์

5 เหตุผลในการทำตลาดออนไลน์ เจ้าของธุรกิจหลายรายอาจจะเจอปัญหายอดขายหดหาย ลูกค้าน้อยลง คนเข้าร้านค้าลดลง และเริ่มตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจ? ทำไมอยู่ๆจากที่เคยขายดีๆก็เริ่มแย่ลง แต่กลับบางร้าน บางธุรกิจ คนกลับเพิ่มมากขึ้น ทั้งๆที่สินค้าในร้านก็เหมือนเดิม การจัดร้านก็เหมือนเดิม ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจของเราเลย ซึ่งจริงๆหากไม่ใช่เรื่องของธุรกิจที่อยู่ในธุรกิจตะวันตกดินแล้ว อีกเหตุผลนึงก็คือ พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปยังไง? เปลี่ยนไปอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น การพึ่งการ search จาก search engine อย่าง google เพื่อหาข้อมูลสินค้า ดูรีวิวจากผู้ใช้คนอื่นๆ เนื่องจาก Smartphone และ internet สามารถเข้าถึงคนได้อย่างสะดวกมาก แทบจะทุกคนนั้นมี Smartphone อยู่กับตัวและสามารถใช้ internet ได้ตลอดเวลา ทำให้พฤติกรรมการช้อปปิ้งเปลี่ยนไปอย่างมาก และเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในโลกออนไลน์มากขึ้น และนี่คือ 5 เหตุผลในการทำตลาดออนไลน์ เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น เพราะผู้บริโภคหันมาเสพสื่อออนไลน์และหาข้อมูลจากออนไลน์มากขึ้น สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้นไม่ว่าจะเลือก เพศ อายุ สถานที่ หรือแม้แต่ lifestyle สิ่งที่เป็นความชอบของกลุ่มเป้าหมาย สามารถทำเองได้ด้วยตัวเอง เช่นการทำตลาดออนไลน์และโฆษณาบน Facebook, …

Read more5 เหตุผลในการทำตลาดออนไลน์

8 เหตุผลทำไมร้านอาหารและร้านกาแฟจึงจำเป็นต้องทำตลาดบนช่องทางออนไลน์?

8 เหตุผลทำไมร้านอาหารและร้านกาแฟจึงจำเป็นต้องทำตลาดบนช่องทางออนไลน์? ร้านอาหารเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก คนไทยสามารถหาร้านอาหารกันได้ทุกที่ ทุกมุม ทุกถนน เรื่องอาหารการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนไทยเป็นอย่างมาก และในทุกๆวันก็มีการเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟกันตลอดเวลา ทำให้การแข่งขันยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ การทำตลาดแบบดั้งเดิมอาจจะไม่เพียงพอในการโปรโมทร้านอาหาร ร้านกาแฟของเราให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มยอดขาย เพิ่มกำไรได้ เครื่องมือการตลาดออนไลน์จึงเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำโปรโมทร้าน ร้านไหน ธุรกิจไหนสามารถเข้ามายึดพื้นที่สื่อในโลกออนไลน์ได้ก่อน ย่อมมีสิทธิชนะและได้ลูกค้าเยอะกว่า ร้านที่อยู่มานานมียอดขาย มีลูกค้าประจำอยู่แล้ว อาจจะได้เปรียบร้านอาหาร ร้านกาแฟใหม่ๆมากกว่าเนื่องจาก มีลูกค้าที่รู้จักอยู่แล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่จำเป็นต้องทำตลาดและโปรโมทร้านผ่านในโลกออนไลน์ ดังนั้นการทำตลาดให้กับร้านอาหาร ร้านกาแฟนั้นจึงมีประโยชน์มาก มาดูกันว่า การทำตลาดออนไลน์กับร้านอาหาร ร้านกาแฟจึงมีประโยชน์ ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่บนออนไลน์เยอะมาก ทุกวันนี้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องง่ายกว่าแต่เมื่อก่อนมาก ผู้บริโภคมีโทรศัพท์มือถือกันเกือบทุกคน ไม่ว่าจะเอาไว้สื่อสารติดต่อ เอาไว้ผ่อนคลาย เล่น social network ดูหนังฟังเพลง เป็นอุปกรณ์นำทาง อ่านเรื่องราวบทความ ดู youtube ดู vdo เล่นเกมส์ ทำอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นในแต่ละวันจะเห็นได้ว่า ช่องทางออนไลน์กลายเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค การโฆษณาและทำตลาดออนไลน์จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำร้านอาหาร ทำร้านกาแฟ เพื่อที่จะโปรโมทร้านค้า โปรโมทเมนูอาหาร โปรโมชั่นต่างๆที่ร้านอาหาร ร้านกาแฟต้องการทำให้ผู้บริโภคได้รู้จัก สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มาก ในสมัยก่อนหากต้องการโฆษณาหรือโปรโมทร้าน …

Read more8 เหตุผลทำไมร้านอาหารและร้านกาแฟจึงจำเป็นต้องทำตลาดบนช่องทางออนไลน์?

ใครบ้างที่ใช้ Facebook ในประเทศไทย

ใครบ้างที่ใช้ Facebook ในประเทศไทย มาดูกันดีกว่าว่าในประเทศไทยนั้นใครใช้ Facebook บ้าง   รู้มั้ยว่าในประเทศไทยนั้นมีคนใช้ Facebook 45-50 ล้าน users ซึ่งหากเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรในประเทศไทยก็จะเห็นว่า ในไทยนั้นมีประชากรรายๆ 60-70 ล้านคน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า 45-50 ล้านคนนั้นเป็นจำนวน 45-50 ล้านคนจริงๆซึ่งบางคนอาจจะมีมากกว่า 1 บัญชี แต่นั่นก็ยังเยอะอยู่ดีในแง่ของจำนวนผู้ใช้ Facebook ในไทย จะเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อยในสัดส่วน 51:49 ช่วงอายุที่เล่นเยอะสุดคือช่วง 25-34 ปี รองลงมาเป็นช่วง 18-24 ปี ซึ่งสองช่วงนี้รวมกันมีสัดส่วนถึง 65% เข้าไปแล้วที่เหลืออีก 35% นั้นเป็นกลุ่มอายุที่มากกว่า 35 ปี (หากข้อมูลที่ใช้ใน Facebook นั้นลงตามความจริง ซึ่งขออ้างข้อมูลจาก Facebook ไว้ก่อนละกัน ความจริงอาจแตกต่างจากนี้ไปหน่อยแต่คงไม่มาก) เกิน 50% เป็นคนโสด และมีเพียง 48% ที่มีเจ้าขอแล้ว ไม่ว่าจะ …

Read moreใครบ้างที่ใช้ Facebook ในประเทศไทย

ทำความรู้จักกับ Search Engine และวิธีทำการตลาดผ่าน Search Engine

ทำความรู้จักกับ Search Engine และวิธีทำการตลาดผ่าน Search Engine Search Engine คืออะไร? คงเป็นคำถามสำหรับหลายๆคน แต่เชื่อหรือไม่ แทบจะทุกคนในชีวิตประจำวันนั้นก็ใช้ search engine กันตลอดเวลา คนเราเลือกที่จะค้นหาอะไรก่อนหากต้องการอะไรซักอย่าง เราเลือกจะใช้ Google, Yahoo, Bing search กันเป็นหลักก่อนในการค้นหา นอกจากนี้ในมือถือแต่ละเครื่องนั้นก็ยังมีให้ search หรือค้นหาได้อีกด้วย หรือแม้แต่ใน youtube เอง เราก็เลือกที่จะค้นหาสิ่งที่ต้องการดูเป็นหลักก่อน จะเห็นได้ว่าชีวิตเรานั้นผูกติดและคุ้นเคยกับการค้นหาด้วยเครื่องมือ search engine ดังนั้นมันจึงไม่แปลกหากการค้นหาด้วย search engine เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นฐานของการทำตลาด และจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำตลาดสำหรับสินค้าและบริการส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ Search Engine หลักของคนไทยก็คือ Google และ Youtube ซึ่งก็คือบริษัทเดียวกัน ผู้คนจะค้นหาสิ่งที่อยากรู้ ที่ที่อยากไป ค้นหาสินค้าที่ต้องการ ค้นหาบริการที่เกี่ยวข้อง ค้นหาร้านอาหาร ค้นหาเส้นทาง ค้นหาทุกอย่าง Google จึงเป็นเหมือนคลังที่ทุกๆคนเข้ามาค้นหาในทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้น ถ้าสิ่งที่ผู้คนค้นหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราและแสดงผลในหน้าค้นหาของ …

Read moreทำความรู้จักกับ Search Engine และวิธีทำการตลาดผ่าน Search Engine

ความจำเป็นในการทำ Feasibility Study สำหรับเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์

ความจำเป็นในการทำ Feasibility Study สำหรับ เครื่องมือแพทย์ และ อุปกรณ์การแพทย์ เมื่อการลงทุนทุกครั้งคือความเสี่ยง การจ่ายเงินออกจากธุรกิจหรือออกจากกระเป๋าเรานั้นย่อมเป็นความเสี่ยง ยิ่งต้นทุนสินค้าที่มีราคาสูงมากเท่าไรความเสี่ยงย่อมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจสำหรับ เครื่องมือแพทย์ และ อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือแพทย์ และ อุปกรณ์การแพทย์ หลายอย่างสร้างขึ้นมาเพื่อการรักษาโรคเฉพาะทาง ที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะซึ่งมักจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยแต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงถึงสูงมาก สำหรับสถานพยาบาลต่างๆ การได้มาซึ่งเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์เหล่านี้จำเป็นต้องซื้อมาด้วยราคาที่สูงมากและหลายครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่ได้เตรียมตัวคำนวณรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆทำให้เครื่องมือที่จัดซื้อจัดหามาใช้ได้ไม่คุ้มค่าและไม่สร้างคุณค่าได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เป็นการลงทุนที่เสียหาย ไม่คุ้มค่าเงินลงทุนและใช้เวลานานกว่าจะถึงคุ้มทุน ทำให้ไม่เพียงเสียโอกาสในการจัดสรรงบลงทุนสำหรับเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆที่มีความจำเป็นมากกว่าแต่ยังทำให้อาจจะต้องขาดทุนในการลงทุน การทำ Feasibility study หรือ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ในการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนสำหรับการซื้อเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์เพื่อหาจุดคุ้มทุน รวมถึงการดูกำไรและขาดทุนจากการใช้เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ว่าเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ นอกจากนี้การได้วิเคราะห์ตัวเลข cashflow หรือกระแสเงินสดนั้นยังทำให้เรามองเห็นภาพรวมของการลงทุนด้วยว่า จะสามารถต่อยอดการลงทุนได้อีกครั้งเมื่อไร ซึ่งหลักๆจะมีสามส่วนที่สำคัญซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ จุดคุ้มทุน หรือ Break Even Point นั้นเป็นตัวเลขสำคัญในการลงทุนมากๆ ซึ่งระยะเวลาการคืนทุนของการลงทุนแต่ละอย่างก็ไม่เหมือนกันแม้ว่าจะเป็นการลงทุนด้วยมูลค่าเท่ากัน เนื่องจาก รายได้และรายจ่าย (ในหัวข้อถัดไป) เป็นสิ่งที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น ค่าบริการ จำนวนคนไข้ที่จะใช้บริการ ความถี่ในการใช้ในแต่ละวันหรือแต่ละช่วงเวลา และต้นทุนในการปฏิบัติงาน ทำให้จุดคุ้มทุนนั้นแตกต่างกันออกไป และในบางกรณีที่มีการกู้เงินธนาคาร …

Read moreความจำเป็นในการทำ Feasibility Study สำหรับเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์การแพทย์

เมื่อจะทำธุรกิจส่วนตัวต้องมีอะไรบ้าง?

จะทำธุรกิจส่วนตัวต้องมีอะไรบ้าง? ในการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่คนที่จะทำแล้วประสบความสำเร็จจริงๆ มีไม่เพียงกี่คน เพราะนอกจากจะอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญของตัวเองที่มีอยู่นั้น คนที่ประกอบธุรกิจส่วนตัวยังจะต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ เข้ามาช่วยเพื่อให้ธุรกิจของตัวเองอยู่รอดอีกด้วย ถ้าหากว่าคุณกำลังสนใจทำธุรกิจส่วนตัวหรือว่าได้เริ่มต้นทำมาซักระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าควรจะพัฒนาตัวเองจากจุดไหน อย่าพึ่งกังวลใจไปเพราะเรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว 1. ความรู้ ความเข้าใจกับงานที่ทำ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ และมันก็จะเป็นเรื่องยากในการขัยบเคลื่อนธุรกิจส่วนตัวให้ไปได้ไกล ถ้าหากว่าคุณอยากจะทำธุรกิจ แต่ไม่มีการวางแผนธุรกิจที่ดี และจะต้องมีความเข้าใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำอีกด้วย ซึ่งความรู้ ความเข้าใจนั้นจะช่วยให้คุณพัฒนาธุรกิจของคุณให้ก้าวกระโดดไปได้ไกลมากยิ่งขึ้น 2. ความคิดสร้างสรรค์ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ไม่ยอมพาตัวเองออกจากกะลา แต่ถ้าคุณได้เปิดโลกของตัวเอง เปิดใจ และเป็นคนที่ทำอะไรใหม่ๆ คุณจะพบว่าในการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นมันมีหนทางมากมายที่คุณสามารถนำมันมาประยุกต์ใช้ได้ในการทำธุรกิจ เราจะเห็นตัวอย่างของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลกนั้นจะมีความคิดสร้างสรรค์ และมีการเริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ทั้งนั้น 3. เครือข่าย มันก็จริงอยู่ในการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นเราไม่ต้องไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องกับใครที่ไหน แต่ว่าการสร้างเครือข่ายนั้นจะทำให้ธุรกิจของคุณสามารถไปได้ไกลกว่าที่คิดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือว่าขนาดใหญ่ย่อมต้องการเครือข่ายเพื่อใช้เป็นสายสัมพันธ์ในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ อีกทั้งเครือข่ายยังเป็นตัวช่วยให้คนรู้จักกับธุรกิจของคุณมากขึ้น 4. เงินทุน เราจะกฎิเสธไม่ได้เลยถ้าหากว่าเราจะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวโดยที่ไม่มีเงินทุนในการใช้จ่าย เพราะไม่ว่าจะทำอะไรนั้นเงินเป็นสิ่งที่เราจะต้องใช้แลกกับมันมา ถ้าคุณมีไอเดียจากความใฝ่ฝันของคุณซักอย่างหนึ่ง แต่ไม่มีเงินทุนก็ไม่สามารถทำให้ไอเดียนั้นสานต่อให้เป็นความจริงได้ เพราะฉะนั้นแหล่งเงินทุนนั้นก็เรื่องที่คุณเองจะต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน 5. ความตั้งใจ และความพยายาม ทุกธุรกิจจะต้องเจอกับอุปสรรคเข้ามาเป็นบททดสอบว่าคุณจะสามารถผ่านมันไปได้หรือไม่ บางคนไม่มีความพยายามมากพอก็ทำให้ธุรกิจส่วนตัวนั้นล้มลงไปก่อน แต่สำหรับคนที่มีความพยายาม และความตั้งใจแล้วรับรองว่าไม่ว่าจะเจอกับบททดสอบที่ยากแค่ไหนก็จะผ่านมันไปได้ ต้องการปรึกษาและวางแผนธุรกิจติดต่อได้ที่ email: …

Read moreเมื่อจะทำธุรกิจส่วนตัวต้องมีอะไรบ้าง?

8 วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจแบบฉลาดๆ

8 วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจแบบฉลาดๆ การเริ่มต้นธุรกิจนั้นไม่ได้เป็นเรื่องยากอย่างที่ทุกคนคิดเอาไว้หรือว่าเป็นเรื่องง่ายจนเกินไปที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ให้สำเร็จ เพราะว่าไม่ว่าจะทำธุรกิจประเภทไหนนั้นก็จะต้องมีการวางแผนที่ดีเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อที่จะทำให้แต่ละก้าวของการทำธุรกิจนั้นเป็นไปได้ด้วยความรอบคอบ และก็มีหลายคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจแล้วจะต้องล้มลง เพราะว่าไม่มีการวางแผนธุรกิจที่ดีนั่นเอง เพราะฉะนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเราจะทำยังไงได้บ้างเพื่อให้ธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จในอนาคต 1. มีการวางระบบตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจ การวางระบบในที่นี้หมายถึงการที่คุณจะต้องวางแผนเอาไว้ว่าภายในบริษัทหรือว่าองค์กรของคุณนั้นจะต้องมีทิศทางการทำงานอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นจะช่วยคุณมองเห็น Scope ของงานที่คุณจะจ้างคนให้เข้ามาทำงานเพื่อคุณอีกด้วย 2. เลือกคนทำงานให้เข้ากับงานที่ต้องทำ หลายคนเลือกคนทำงานที่ไม่เหมาะกับศักยภาพของคนคนนั้น ทำให้จะต้องเจอกับปัญหาตามมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลงานที่ไม่ดีพอ หรืออาจจะต้องเปลี่ยนบุคลากรในการทำงานบ่อยครั้ง 3. จ่ายภาษีให้ตรงตามเวลาที่กำหนด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ไม่น้อย เพราะว่ามีคนจำนวนมากที่ละเลยการจ่ายภาษีทำให้จะต้องมาจ่ายย้อนหลัง และจะต้องเสียตค่าปรับเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ถ้าคุณไม่อยากเสียมากกว่าได้แล้วล่ะก็ให้จ่ายภาษีให้เป็นระบบซะ 4. มีการทำบัญชีออนไลน์ หรือว่ามีการจัดเก็บบัญชีที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย ในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การจัดการที่จะต้องเป็นระบบเท่านั้น เงินที่เข้าออกบริษัทก็จะต้องมีความเป็นระเบียบอีกด้วย 5. ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน นอกจากจะช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจของคุณนั้นเป็นไปด้วยความเรียบง่ายแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดค่าจ้างคนเข้ามาทำงานในระยะยาวได้ 6. ใช้ Outsource ที่มีคุณภาพ ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องใช้บริการหน่วยงานภายนอกหรือที่เราเรียกว่า Outsource นั้นให้คุณวางแผนเอาไวว่าจะใช้บริการจากที่ไหน และบริษัทหรือหน่วยงานนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ 7. มีการลงทุนเพิ่มเติม ในกรณีที่บริษัทหรือว่าองค์กรของคุณมีการเริ่มต้นทำธุรกิจที่ดีแล้ว จำนวนเงินที่จะเข้ามาในองค์กรก็มีโอกาสที่จะเติบโตได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นให้นำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนบ้าง เพื่อที่จะหารายได้เข้าบริษัทหรือองค์กรได้หลากหลายช่องทาง 8. ตรวจสอบบัญชี และกระแสเงินที่เข้าออกในการเริ่มต้นทำธุรกิจให้ดี เพราะคนจำนวนมากลืมสังเกต และไม่ใส่ใจกับเงินที่จ่ายออกไปทำให้จะต้องมานั่งปวดหัวทีหลังกับค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมากมาย รวมถึงจำนวนเงินเป็นจำนวนมากที่จะต้องจ่ายในอนาคตอีกด้วย #ธุรกิจส่วนตัว #วางแผนธุรกิจ …

Read more8 วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจแบบฉลาดๆ