5 ธุรกิจเสิรมน่าสนใจในปี 2016

  5 ธุรกิจเสริมน่าสนใจในปี 2016 ปี 2016 เป็นปีของการเริ่มต้นใหม่ของทุกชีวิตคนทำงาน มีหลายคนที่อยากออกจากงานประจำเพื่อมาทำงานส่วนตัว หรืออาจจะเป็นปีที่ใครหลายคนต้องการทำธุรกิจเสริมเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง สำหรับคนที่ทำงานประจำนั้นจะมีเวลาว่างในวันหยุดหรืออาจจะมีเวลาพักผ่อนในแต่ละวัน แต่อยากใช้เวลาว่างตรงนั้นให้เกิดประโยชน์ เราเลยอยากแนะนำงานธุรกิจเสริมในปี 2016 มาให้คุณได้ลองทำกัน จะเป็นธุรกิจอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยดีกว่า 1. ขายสินค้าออนไลน์ แน่นอนว่า Social media และการตลาดออนไลน์นั้นกำลังมาแรงแซงโค้ง และเป็นช่องทางการตลาดที่ได้รับการตอบรับมากกว่าช่องทางอื่นๆ เพียงแค่คุณค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร คุณก็สามารถหาสินค้านั้นๆ มาขายได้ อย่างเช่นคุณเป็นคนชอบเสื้อผ้า หรืออาจจะชอบเครื่องประดับก็สามารถหาแหล่งเครื่องประดับหรือเสื้อผ้าถูกๆ มาขายบน Social media ก็ได้ 2. รับถ่ายรูป สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปหรือว่ามีกล้องคู่ใจสะพานติดหลังไปหมดทุกที่ และคุณเองยังมีฝีมือการถ่ายรูปที่โดดเด่นนั้นก็สามารถทำมาหากินได้จากการรับจ้างถ่ายรูปนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นถ่ายรูปรับปริญญาหรือว่าถ่ายรูปทำโปรไฟล์ให้กับคนที่ต้องการทำ Resume ก็สามารถได้ทำได้เช่นกัน โดยรายได้ที่คุณจะได้นั้นอาจจะได้มากถึง 3,000 บาทต่อวันเลยทีเดียวล่ะ 3. รับจ้างสอนพิเศษ หรือที่เรารู้จักกันก็คือ Tutor นั่นเอง การทำธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพียงแค่คุณมีความรู้ และเชี่ยวชาญในเรื่องใดก็สามารถใช้เวลาว่างของแต่ละวันนั้นไปสอนให้กับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการเรียนพิเศษเพิ่มเติม โดยสถานที่นั้นจะเป็นที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือว่าจะเป็นบ้านของผู้เรียนก็สามารถทำการสอนได้เช่นเดียวกัน 4. รับออกแบบกราฟฟิค …

Read more5 ธุรกิจเสิรมน่าสนใจในปี 2016

เพิ่มยอดขายด้วย 5 วิธีเด็ดๆ

เพิ่มยอดขายด้วย 5 วิธีเด็ดๆ การวางแผนการตลาดนั้นถือได้ว่าเป็นการวางแผนธุรกิจที่นักธุรกิจทุกคนหรือไม่ว่าจะเป็นคนที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว รวมถึงนักการตลาดที่ดีจะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก เพราะการตลาดไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ลูกค้าเข้าถึงตัวของสินค้ามากขึ้น แต่การวางแผนการตลาดที่ดีนั้นก็คือการเพิ่มยอดขายเพื่อทำกำไรให้กับธุรกิจได้อีกด้วยเช่นกัน ซึ่งการเพิ่มยอดขายด้วย 5 วิธีเด็ดๆ ต่อไปนี้จะทำให้คุณได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น และได้ผลประกอบการจากการขายเป็นหลายเท่าตัวเลยทีเดียวล่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 1. เพิ่มช่องทางในการขาย สมัยนี้ใครๆ ก็ใช้โทรศัพท์เป็นอวัยวะส่วนที่ 33 ไปแล้ว และที่สำคัญคือไม่ว่าจะซื้อหรือจะขายอะไรนั้นก็จะใช้ Social media เป็นช่องทางในการขาย ในสมัยก่อนเราอาจจะไม่ได้มีการวางแผนธุรกิจด้วยการตีตลาดทางทางด้านสื่อออนไลน์ซักเท่าไหร่นัก แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าสื่อเหล่านี้นี่แหละที่เป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มการขายได้เป็นอย่างดี 2. เข้าถึงลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ การที่เราขายสินค้าหรือการบริการเพียงแค่ในประเทศนั้นมันก็อาจจะดีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าเราสามารถเข้าถึงลูกค้าที่มีรายได้มากกว่า มีความสามารถในการซื้อมากกว่า มันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย อีกทั้งการที่เรามีสินค้าที่น่าสนใจ มีคุณภาพที่ดีอยู่แล้ว รับรองแลยว่าไม่ว่าจะเป็นลูกค้าประเทศไหนๆ ก็จะต้องให้การยอมรับเป็นอย่างแน่นอน 3. Service mind ต้องมาพร้อมกับการขายสินค้าที่ดี หลายคนที่คิดถึงแต่ด้านการเป็นผู้ประกอบการที่จะต้องวางแผนธุรกิจโดยการพัฒนาตัวสินค้าเป็นหลัก ถ้าเราเปรียบเทียบกับการคนขาย 2 คนที่มีสินค้าชนิดเดียวกัน แต่หนึ่งในนั้นมีการบริการที่ดีกว่า แน่นอนว่าลูกค้าจะเลือกซื้อของคนที่มีการบริการที่ดีกว่า ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายเงินในจำนวนที่มากขึ้นนิดหน่อยก็ตาม 4. ทำกำไรจากตลาดเดิมที่มีอยู่แล้ว บางคนที่ขายสินค้าในตลาดเก่าอยู่แล้ว และพบว่าลูกค้าซื้อสินค้าของตัวเองน้อยกว่าเจ้าอื่น เลยหันไปวางแผนการตลาดในตลาดใหม่ ซึ่งความเป็นจริงแล้วเพียงแค่คุณลองกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความอยากซื้อในตลาดเดิม คุณก็มีสิทธิ์ที่จะได้ผลกำไรมากขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงจากการทำการตลาดใหม่เลย 5. …

Read moreเพิ่มยอดขายด้วย 5 วิธีเด็ดๆ

7 ขั้นตอนเจาะลึกถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

7 ขั้นตอนเจาะลึกถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ เมื่อไหร่ที่จะต้องเขียนแผนธุรกิจนั้นมีสิ่งหนึ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เป็นอันขาดนั่นก็คือวิธีการเข้าถึงลูกค้าหรือเราจะเรียกได้ง่ายๆ ว่าทำยังไงถึงจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเรานั่นเอง ซึ่งวิธีการดังกล่าวก็คือวิธีที่ทำให้เราเข้าใจลูกค้า รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อของหรือเข้ามาใช้บริการของเรา โดยเรามี 7 ขั้นตอนในการเจาะลึกถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยคุณสามารถนำไปใช้กับการเขียนแผนธุรกิจของคุณได้เลย 1. What (ลูกค้าต้องการซื้ออะไร) เราจะต้องทำความเข้าใจว่าลูกค้าของเราอยากได้อะไร บางคนไม่ได้อยากได้คุณภาพของตัวสินค้าจริงๆ แต่เลือกซื้อเพราะว่ามีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ถ้าหากว่าคุณสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ออกมาดูดีก็สามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าได้ไม่ยาก 2. Where (ลูกค้าซื้อที่ไหน) สิ่งนี้จะทำให้เราทราบว่าเราควรเพิ่มช่องทางกาขายได้จากที่ไหนบ้าง ลูกค้าของคุณอาจเลือกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีเว็บไซต์ดีๆ เอาไว้ขายของ สามารถให้บริการลูกค้าบนเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดีก็ทำให้คุณตอบโจทย์ของลูกค้าได้ 3. When (ลูกค้าซื้อเมื่อไหร่) เราสามารถสังเกตจากพฤติกรรมของคนเรา เวลาที่จะมีคนออกมาซื้อกับข้าวมากที่สุดก็คือช่วงพักกลางวัน และตอนเย็น ในการขายสินค้าของคุณก็เหมือนกัน ถ้าช่วงไหนที่ลูกค้าออกมาซื้อสินค้ามากๆ ก็สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเวลานั้นๆ ให้มากขึ้น 4. Why (ทำไมต้องซื้อ) ลูกค้าบางคนที่เข้ามาซื้อสินค้าของคุณอาจจะเป็นเพราะความจำเป็น และสินค้าที่คุณขายนั้นเป็นสิ่งที่พวกเค้าต้องใช้ แต่บางคนเข้ามาซื้อเพราะว่าอยากได้ไปเป็นของขวัญ ฉะนั้นถ้าคุณรู้ว่าลูกค้าซื้อไปทำไมก็ทำให้คุณมีโอกาสเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น 5. Who (ใครคือลูกค้าของเรา) ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะถ้าเราทราบว่าใครจะมาเป็นลุกค้าของเรานั้นเราจะสามารถคาดเดาพฤติกรรม หรือมีวิธีในการเรียกร้องความสนใจให้ลูกค้าสนใจในตัวสินค้าได้มากขึ้นแบบไม่ยาก ซึ่งจะทำให้การขายของคุณประสบความสำเร็จมากขึ้น 6. Who (ใครมีส่วนในการตัดสินใจซื้อ) ลูกค้าบางกลุ่มอาจจะไม่ได้เข้ามาซื้อสินค้าเพราะนำไปใช้เอง แต่ว่าซื้อไปให้คนอื่น นั่นก็หมายความว่าคนที่ลูกค้าซื้อไปให้นั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจการซื้อด้วย …

Read more7 ขั้นตอนเจาะลึกถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

อยากทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มต้นยังไงดี

อยากทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มต้นยังไงดี   แน่นอนว่าใครๆ ก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองทั้งนั้น และหลายคนก็รู้สึกว่าอยากจะลงมือทำให้ความใฝ่ฝันเล็กๆ กลายเป็นความจรงซักที แต่ก็ยังไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ในความเป็นจริงแล้วอย่างน้อยคุณเองก็จะต้องมีการวางแผนธุรกิจก่อนอยู่เสมอ เพราะถ้าลงมือทำโดยไม่มีการวางแผนก็เหมือนกับการไปตายเอาดาบหน้านั่นเอง เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าถ้าอยากจะมีธุรกิจส่วนตัวนั้นจะต้องเริ่มจากตรงไหนบ้าง? 1. ลงมือทำ สิ่งที่ทุกคนกลัวมากที่สุดนั่นก็คือการลงมือทำ บางคนได้แค่คิด แต่ไม่เคยลงมือทำ แล้วคุณคิดหรือว่าธุรกิจส่วนตัวที่คุณใฝ่ฝันมานานนั้นมันจะเกิดขึ้นจริง? ฉะนั้นเมื่อคุณคิดได้แล้วก็เริ่มลงมือทำมันซะ ถึงแม้จะเป็นก้าวเล็กๆ แต่อย่างน้อยการเริ่มต้นด้วยจุดเล็กก็ทำให้เกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ 2. มองหาลูกค้า คุณจะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ โดยเฉพาะการทำธุรกิจส่วนตัว เพราะว่าลูกค้าจะไม่เดินเข้ามาหาคุณแน่นอน เช่นเดียวกันโอกาสมันไม่เดินเข้ามาหาคุณเองหรอก คุณต่างหากที่จะต้องเดินเข้าไปหา 3. ใช้แผนสำรอง ทุกครั้ง ทุกสถานการณ์ที่เราทำนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้น โดยที่เราไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้เลย แต่การที่คุณมีแผนสำรองเอาไว้แก้ปัญหาจะเป็นผลดีกับตัวคุณ และธุรกิจส่วนตัวของคุณด้วย 4. มองหาความสามารถของตัวเอง บางคนไม่รู้ว่าตัวเองถนัดหรือชอบทำอะไร ได้แต่ทำตามคนอื่น ในที่สุดก็ต้องล้มเลิกเพราะมันไม่ใช่ตัวของคุณเอง และการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความเป็นตัวตนของตัวเองถ่ายทอดออกมาสู่ผลงาน 5. หาเงินทุน ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าเงินทุนในการทำธุรกิจส่วนตัวนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ใช่น้อย ยิ่งเป็นการเริ่มต้นนั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีเงินสำรองอยู่เสมอ และการทำธุรกิจส่วนตัวเองก็จะต้องใช้เงินในการเริ่มต้นด้วยเช่นกัน 6. สำรวจตลาด ถึงแม้จะเป็นการทำธุรกิจส่วนตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีคู่แข่ง เพราะในตลาดของสินค้าแต่ละอย่างนั้นย่อมมีคนที่ทำก่อนหน้าคุณไปแล้วอย่างแน่นอน ถ้าไม่อยากให้เกิดความผิดพลาด คุณก็ควรสำรวจตลาดว่าตรงกับแผนธุรกิจของคุณหรือเปล่า 7. บริหารจัดการกับเวลา การทำธุรกิจส่วนตัวคุณจะต้องทุ่มเทกับงานให้มาก …

Read moreอยากทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มต้นยังไงดี

ทำไมต้องวางแผนธุรกิจก่อนเริ่มทำ

ทำไมต้องวางแผนธุรกิจก่อนเริ่มทำ   เวลาคุณจะทำอะไร ไปที่ไหน เวลาไหน คุณได้มีการวางแผนก่อนหรือเปล่า? ใช่แล้วล่ะ บางคนอยากจะไปไหนก็ไป ไม่มีการวางแผน และคิดว่าไม่จำเป็นต้องวางแผนอะไรทั้งนั้น รวมถึงคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจก็มักจะมีนิสัยแบบนี้อยู่เหมือนกัน เพราะคิดว่าการวางแผนธุรกิจไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญอะไร สู้ลงมือทำไปเลยจะดีกว่า แต่ในความเป็นจริงนั้นถ้าหากว่าคุณไม่มีการวางแผนเมื่อไหร่ที่คุณเจอกับอุปสรรค์อาจจะทำให้ล้มไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นใครที่อยากจะทำธุรกิจมาดูกันเลยว่าทำไมเราจะต้องวางแผนธุรกิจก่อนเริ่มทำ? 1. เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของตัวเอง และเป็นการป้องกันตัวเอง อย่างที่เรารู้กันว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรนั้นการวางแผนเป็นเหมือนการวางหมากให้พร้อมสำหรับการเดิน แต่ถ้าคุณไม่มีหมากตัวดี หรือไม่มีการวางแผนธุรกิจที่ดีก่อนนั้นก็อาจจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเท่าที่ควร 2. คุณจะได้ทราบว่าแหล่งเงินทุนควรมาจากที่ไหน เมื่อไหร่ที่เราต้องการเงินทุนในการทำธุรกิจอาจจะมีการกู้ยืมหรืออาจจะมาจากเงินเก็บของตัวเอง ซึ่งการวางแผนธุรกิจนี่แหละที่ช่วยให้คุณรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับเงินที่มี แล้วทำให้คุณรู้ได้อีกด้วยว่าเงินทุนนั้นมาจากที่ไหน และควรจะต้องมีการชดใช้คืนหรือไม่นั่นเอง 3. เป็นการลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ การที่คุณทำอะไรลงไปโดยไม่มีการวางแผนนั้นมันมีโอกาสที่จะล้มได้มากกว่าคนที่วางแผนมาก่อน และถ้าหากว่าจะต้องเจอกับปัญหาหรืออุปสรรค์จริงๆ นั้น การวางแผนธุรกิจก็จะช่วยให้คุณมีแผนสำรองเอามาจัดการกับเจ้าปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้ 4. เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจของคุณเอง ถ้าคุณมีการวางแผนแน่นอนว่าคุณจะต้องรู้ว่าควรจะทำอะไรก่อนหลัง หรือจะต้องมีการลำดับความคิดอย่างไร ในการวางแผนธุรกิจก็เช่นเดียวกัน มันจะทำให้คุณรู้ว่าควรจะทำสิ่งไหนก่อน และควรให้ความสำคัญกับสิ่งไหนบ้าง 5. เป็นการสร้างแนวทางในการดำเนินธุรกิจ บางครั้งการทำธุรกิจนั้นอาจจะต้องมีการระดมเงินทุน เพราะเงินที่คุณมีอยู่ไม่เพียงพอ ถ้าคุณมีการวางแผนธุรกิจคุณสามารถใช้แผนนี้ไปเสนอให้กับนักลงทุนหรือคนที่สนใจได้ เพื่อมีโอกาสได้เงินทุนเหล่านั้นมาดำเนินการในการทำธุรกิจ แต่ถ้าคุณไม่มีแผนธุรกิจก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะไปขอกู้เงิน ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นทำธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่นั้นก็จะต้องอาศัยการวางแผนธุรกิจที่ดีอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจแล้ว ก็ยังช่วยให้คุณพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจได้อีกด้วย   หากต้องการปรึกษาการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวหรือวางแผนธุรกิจสามารถติดต่อได้ที่    Email: …

Read moreทำไมต้องวางแผนธุรกิจก่อนเริ่มทำ

4 ข้อคิดเมื่อคุณ Start up ธุรกิจ

4 ข้อคิดเมื่อคุณ Start up ธุรกิจ ในการเริ่มทำธุรกิจนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่การที่คุณประคับประคองให้ธุรกิจของคุณก้าวไปได้สวยนั้นเป็นสิ่งที่ยากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจอะไรนั้นเจ้าของธุรกิจเองก็จะต้องมีการเตรียมการวางแผนธุรกิจเอาไว้อยู่เสมอ แต่เพียงแค่การวางแผนนั้นอาจจะยังไม่พอ ซึ่งเรามี 4 ข้อคิดมาให้คุณได้นำไปใช้กับธุรกิจที่กำลัง Start up ด้วยตัวของคุณเอง 1. ความสมดุลของชีวิต และหน้าที่การงาน มันก็จริงอยู่ที่เราจะประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้นั้นจะต้องทุ่มทเทให้กับมันอย่างสุดความสามารถ แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องทุ่มเทจนสุดตัว เพราะชีวิตนี้คุณไม่ได้มีแต่งาน คุณจะต้องออกไปเจอคนข้างนอก คุณมีครอบครัวที่รอเจอหน้าคุณอยู่ที่บ้าน เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีการวางแผนธุรกิจโดยจะทุ่มเททั้งกาย และใจให้กับงาน หรือเรียกว่าถวายหัวให้กับงานแล้วล่ะก็ รีบคิดใหม่ได้เลย 2. การเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด แต่ก็ไม่ควรมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ในการเริ่มต้นธุรกิจนั้นมันอาจจะเป็นเรื่องที่คุณต้องอาศัยความมั่นใจในตัวเองอย่างมากเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายที่เข้ามา แต่คุณเองก็ควรจะรับฟังความคิดเห็นของคนรอบข้าง และพนักงาน หรือคนที่ทำงานร่วมกับคุณด้วยเช่นกัน เพราะคนเหล่านี้เปรียบเสมือนกระจกที่ส่องสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณให้คุณเห็น 3. สังเกตความเคลื่อนไหวของธุรกิจ ธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นไม่ได้หมายความว่าจะแสดงถึงผลดีเสมอไป มันก็ใช้อยู่เพราะว่าคุณได้ทั้งกำไร และเป็นช่วงเวลาของการกอบโกยให้มากที่สุด แต่อย่างลืมว่าในระยะยาวนั้นคุณจะทำอย่างไรกับธุรกิจของคุณ การเติบโตที่เร็วอาจจะมาจากกระแส เทรนด์ ของคนในปัจจุบัน คุณควรจะหาวิธีในการสร้างจุดยืนให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาวด้วยเช่นกัน 4. สภาพแวดล้อมในการทำงาน สิ่งนี้มีความสำคัญมากเลยทีเดียว ในการวางแผนธุรกิจนั้นคุณอาจจะให้ความสำคัญกับการตัวเลข วิธีการดำเนินงาน แต่คุณก็อย่าลืมสภาพแวดล้อม บรรยากาศในการทำงาน เพราะคุณจะต้องอยู่กับงาน อยู่กับเพื่อนร่วมงาน ถ้าหากว่าบรรยากาศในการทำงานมันแย่ …

Read more4 ข้อคิดเมื่อคุณ Start up ธุรกิจ

Startup คืออะไร?

  Startup คืออะไร? Startup ก็คือผู้ที่เริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง และถูกนำมาใช้เพื่อเรียกกลุ่มคนที่ริเริ่มทำธุรกิจของตัวเองและถูกใช้ในตอนแรกเริ่มสำหรับพวกกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีต่างๆที่มีความแปลกใหม่ในตลาด และการเติบโตของ smartphone และ internet นั้นก็สามารถทำให้เกิดธุรกิจส่วนตัวของตัวเองได้ไม่ยาก พร้อมกับมีโมเดลและแผนธุรกิจสำหรับบริษัทเริ่มใหม่เหล่านี้ในแบบที่แตกต่างและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างดี ใครบ้างที่เป็น Startup? ไม่จำกัดว่าเป็นใคร ไม่จำกัดอายุและเพศใดๆทั้งสิ้น startup เหล่านี้เป็นคนหรือกลุ่มคนที่มีฝันที่มีไอเดียทำธุรกิจอยากเริ่มต้นธุรกิจและเส้นทางเดินของตัวเอง   Startup ต้องทำอะไร? สำหรับ startup ทุกคน การเขียนแผนธุรกิจให้ถูกต้องเป็นเรื่องจำเป็น และการเข้าใจผู้บริโภคและตลาดเป็นอย่างดีทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าสินค้า/บริการที่คุณมีนั้นตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หรือไม่ หรือตอบโจทย์ได้ดีแค่ไหน การเริ่มธุรกิจใหม่เป็นเรื่องดี การแตกต่างเป็นเรื่องดี แต่การแตกต่างโดยไม่ได้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค อาจจะทำให้ไม่มีตลาด หรือทำตลาดได้อย่างยากมาก ลองถามคำถามไม่กี่ข้อกับสินค้านั้นๆก่อนที่จะเริ่มธุรกิจเหล่านี้ว่า ลูกค้าของสินค้า/บริการนี้คือใคร? ทำไมเค้าถึงต้องการสินค้า/บริการนี้? หากใช้/ไม่ใช้สินค้าเหล่านี้ลูกค้าเหล่านี้จะเป็นอย่างไร? ทำไมลูกค้าเหล่านี้จำเป็นต้องซื้อของคุณ? มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าสำหรับการแก้ปัญหาของลูกค้าเหล่าโดยไม่จำเป็นต้องใช้สินค้าคุณหรือไม่? และด้วยคำถามไม่กี่ข้อเหล่านี้ คุณอาจจะเข้าใจได้ว่า สินค้าคุณเองมีตลาดหรือไม่ และหากคุณยังไม่ชัดเจน คุณจำเป็นต้องหาข้อมูลและทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าของคุณให้ดีมากๆก่อนที่จะเริ่มต้นธุรกิจใดๆ บางทีสินค้าของคุณอาจเป็นสินค้าที่ดี แต่ดันไปเลือกลูกค้าผิดกลุ่มก็ได้ การลดความเสี่ยงโดยการเข้าใจกลุ่มลูกค้าก่อนจะเริ่มลงทุนใดๆจึงเป็นเรื่องที่ดีและหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเขียนแผนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ Smartstartup ยินดีให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาสำหรับ startup ทุกท่านสำหรับการวิเคราะห์ความต้องการผู้บริโภคและเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องสำหรับธุรกิจที่ต้องการทำ สนใจติดต่อได้ที่ service@smartstartupthailand.com    

ต้องรู้ และ กำหนดลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนทำธุรกิจ

  ต้องรู้ และ กำหนดลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนทำธุรกิจ ก่อนที่ธุรกิจจะตัดสินใจทำการตลาด (Marketing) ในสินค้าและบริการของตน ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ธุรกิจทั้งหลายพึงจดจำไว้คือ จะต้องระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนว่าคือใคร ไม่อย่างนั้น งบประมาณสำหรับทำการตลาดจะสูญเปล่าไปโดยสิ้นเชิง การตลาดไม่ได้เป็นเพียงการโฆษณาตัวสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักเท่านั้น แต่เป็นวิธีการดึงดูดความสนใจให้ผู้บริโภคหันมามองตัวธุรกิจ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อรู้แน่นอนว่าใครคือเป้าหมายที่จะทำการตลาดก่อนที่จะ เข้าถึงคนกลุ่มนั้น ตัวอย่างเช่น การซื้อสป๊อตโฆษณาทางโทรทัศน์ ถ้าธุรกิจต้องการขายโปรแกรมการผจญภัยล่องแก่งโดยใช้แพยาง คำถามคือ กลุ่มเป้าหมายที่จะสนใจกิจกรรมแบบนี้จะมานั่งดูหน้าจอโทรทัศน์หรือไม่ การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะต้องรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับตัวพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเราอย่างรอบคอบว่าใครกันแน่คือคนที่จะมาซื้อสินค้า และบริการ อายุเท่าไร สถานะทางการสมรสเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน ชอบใช้เวลาว่างทำอะไร งานอดิเรกที่ชอบคืออะไร ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ซื้อใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือในช่วงวันหยุดชอบที่จะเดินทางไปไหน เหล่านี้เป็นต้น ถ้าต้องการทำตลาดในสินค้าและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาตลาดเป้าหมายให้เฉพาะเจาะจงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น จงหา “ลูกค้าในอุดมคติ” ให้พบ มองเห็นภาพของคนเหล่านั้นให้ทะลุปรุโปร่งถึงรายละเอียดทั้งหมด ไม่ว่าพวกเขาทำอะไร คิดอย่างไร และต้องการอะไร แต่ถ้าในกรณีที่ไม่สามารถมองเห็นภาพเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน จำเป็นที่จะต้องทำการวิจัยลูกค้าเป้าหมายเสียก่อน ทั้งนี้เพราะถ้าไม่ชัด ก็จะไม่สามารถทำการตัดสินใจเกี่ยวกับการตลาดว่าจะทำอย่างไร ที่ไหน และเมื่อไร ก่อนที่จะทำการวิจัยลูกค้าเป้าหมาย ธุรกิจจะต้องกลั่นกรองคัดเลือกสินค้าและบริการที่คิดว่าจะนำมาทำตลาด ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการทำทุกสิ่งเพื่อทุกคน แต่ควรเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากกว่า รวมทั้ง ต้องรู้ว่าสินค้าและบริการของตนจะสามารถตอบสนองเหตุผลพื้นฐานของคนเราในการซื้อสินค้าและบริการอะไรบ้างใน …

Read moreต้องรู้ และ กำหนดลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนทำธุรกิจ

คุณรู้จักลูกค้าดีพอหรือยัง?

  คุณรู้จักลูกค้าดีพอหรือยัง?   สำหรับการเริ่มธุรกิจใดๆ การรู้จักลูกค้าของเรานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากลูกค้านั้นคือคนที่ยอมจ่ายเงินให้กับสินค้าของเรา และโดยส่วนมากนั้น SME และ Startup ทั้งหลายจะเริ่มจากสินค้า การคิดค้นสินค้าบางอย่างขึ้นมาและทำออกมาขายเลย จะเรียกว่า Inside-Out ก็ได้เนื่องจากเป็นความเห็นจากเจ้าของธุรกิจและสินค้าเป็นหลัก แต่จริงๆแล้วการทำธุรกิจนั้นการนำความคิดเห็นความชอบและทัศนคติของลูกค้าเราเข้ามานั่นเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เรามาดูกันดีกว่าจะต้องรู้จักลูกค้าดีพอต้องรู้อะไรบ้าง 1. Know WHO: ข้อนี้สำคัญและสำคัญมากอาจจะมากที่สุดด้วย Who เนื่องจากการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย อาจเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายผิด นั่นหมายถึงการที่เราวางแผนและทำตลาดผิดไปทั้งหมด ต่อให้มีข้อมูลในมือมากแค่ไหนแต่การเลือกกลุ่มผิดในการไปเข้าใจและเก็บข้อมูลก็ทำให้ทุกอย่างผิดเพี้ยนได้ และเป็นข้อผิดพลาดสำคัญสำหรับ SME และ Startup ต่างๆ ดังนั้นการเลือกกลุ่มเป้าหมาย จำเป็นต้องเข้าใจสินค้าที่มี เข้าใจตลาดที่เป็นและจำเป็นต้องรู้ลึกมากพอให้ตัดสินใจได้ 2. Know What: อะไรที่เป็นส่วนสำคัญ ลูกค้ากำลังมองหาอะไร สิ่งใดที่ทำให้ลูกค้ามีปัญหาและกำลังมองหาทางแก้จากอะไรอยู่ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะหล่อหลอมรวมเป็นสินค้าและจุดเด่นของสินค้า ซึ่งเราสามารถนำมาชูเป็นจุดขายได้ 3. Know When: การรู้ว่าลูกค้าต้องการสินค้าอะไรเมื่อไร และจังหวะไหนต้องการสินค้าอะไร จะทำให้การทำโปรโมชั่นต่างๆหรือการออกสินค้าใหม่รวมถึงการจัดการสินค้าต่างๆของธุรกิจเป็นไปได้ง่ายขึ้นและตรงตามความต้องการของลูกค้า 4. Know Where: ไม่ใช่แค่รู้ว่าต้องขายสินค้าที่ไหน แต่การรู้ว่ากลุ่มลูกค้าเราอยู่ที่ไหน และจะต้องใช้ช่องทางไหนในการขายเป็นเรื่องสำคัญซึ่งในปัจจุบันนั้นลูกค้าอาจไม่ได้กระจุกตัวกันเหมือนเมื่อก่อน การเข้ามามีส่วนของช่องทางออนไลน์นั้นทำให้ลูกค้าสามารถกระจัดการะจายกันอยู่ได้ทุกที่ …

Read moreคุณรู้จักลูกค้าดีพอหรือยัง?

5 สิ่งที่ต้องทำในการสร้างธุรกิจส่วนตัว

5 สิ่งที่ต้องทำในการสร้างธุรกิจส่วนตัว 1. ทิศทาง และเป้าหมาย ผู้ประกอบการใหม่ จะต้องรู้เป้าหมายของตนเอง และมีการวางแผนให้ตัวเองใช้เวลาในการสำรวจตลาด และเป้าหมาย ใคร คือกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของธุรกิจ และ ในเชิงการแข่งขัน ใครคือ คู่แข่งที่สำคัญที่สุดของธุรกิจของคุณ และจะหาวิธีชนะพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างไร 2. ตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสม ผู้ประกอบการใหม่ มักจะตั้งราคาสินค้าของตนเองไว้ต่ำเกินไป เพียงเพื่อต้องการเน้นการขายที่ปริมานซะมากกว่า ซึ่งอาจจะดูขัดแย้งกับคุณภาพ ของสินค้าของคุณ เพราะฉะนั้นคุณอาจจะไม่สามารถทำกำไรที่แท้จริงให้กับธุรกิจได้มากนัก หรือในบางครั้งก็ตั้งราคาสูงเกินไปและเอาตัวเองเป็นที่ตั้งและไม่สามารถแข่งขันได้ 3. จัดการความเสี่ยง การเริ่มต้นธุรกิจใหม่นั้น คุณจะต้องพบปัญหาความเสี่ยงอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน แต่ความเสี่ยงนั้นสามารถบริหารได้ การที่มีข้อมูลที่มากพอจะช่วยให้ความเสี่ยงต่างๆนั้นลดลงได้ ปัญหาของเหล่า startup ก็คือคิดว่ามีความเสี่ยงเยอะเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจลงมือทำ และมีความเสี่ยงน้อยมากจนเลินเล่อลืมเตรียมแผนงานที่ดีเอาไว้ และสำหรับคนที่ชอบความเสี่ยงนั้นบางคนอาจจะสนุกไปกับการผจญความเสี่ยงนี้มากไป จนมองข้ามจุดประสงค์ที่สำคัญว่า ที่แท้จริงแล้ว คุณต้องการที่จะทำเงินจากธุรกิจนี้ซะมากกว่า ยังไงก็ต้องบริหารความเสี่ยงกันให้ดี 4. วางแผนการตลาด การตลาดนั้นเป็นปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจที่ เจ้าของกิจการใหม่หลายๆคน นั้นมองข้ามไป เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการสร้างกิจการ แต่แท้จริงแล้ว สิ่งๆนี้จะทำให้คุณรู้แนวทางความต้องการของตลาดผู้บริโภคมากขึ้น และ จะทำให้คุณอยู่เหนือคู่แข่งทางการตลาดเสมอ 5. การใช้เงินทุนและเฟ้นหา เจ้าของธุรกิจใหม่ มักจะทุ่มทุนกับทุกสิ่งที่เป็นความต้องการของกิจการอยู่เสมอ …

Read more5 สิ่งที่ต้องทำในการสร้างธุรกิจส่วนตัว